เทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี บางแสน

เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

Create an account

Fields marked with an asterisk (*) are required.
Name *
Username *
Password *
Verify password *
Email *
Verify email *
e16231dda97c704de6ab1d3b872c31ce.jpg
9738b478b523cf63e1bfa0a923d26c9f.jpg
8d59dd548a5100ea5c900f62fc55b852.png
c0553defec166af3a5fdf26a1924c777.png
1 2 3 4

{tabs type=tabs} {tab title=ประวัติความเป็นมา}

ประวัติ และพัฒนาการของชุมชนตั้งเดิมในท้องถิ่น
    เทศบาลเมืองแสนสุขได้รับการยอมรับจาก สุขาภิบาลแสนสุข ขึ้นเป็นเทศบาลตำบลแสนสุข เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2531 พร้อมกันนี้ได้ขยาย พื้นที่ความรับผิดชอบจาก 12.5 ตารางกิโลเมตร (15 หมู่บ้าน) เป็น 20.268 ตารางกิโลเมตร (20 หมู่บ้าน) ด้วยศักยภาพของท้องถิ่น และ ผู้บริหารท้องถิ่น ในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ สร้างความเจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว และในปีพ.ศ. 2536 เทศบาลฯ จึงได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยราชการต่างๆเป็นจำนวนมาก เช่นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี,  องค์การบริหารส่วนจังหวัด, กรมการปกครอง ฯลฯ ซึ่งเทศบาลฯ ได้นำงบสนับสนุนเหล่านั้นมาใช้ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จวบจนปัจุบัน เทศบาลฯได้รับการยกระดับขึ้นเป็นเทศบาลเมืองแสนสุข เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2544 และยึดหลัก การบริหารที่เด่นชัด คือ "เทศบาลเมืองแสนสุข ต้องเป็นเมืองที่น่าอยู่ ควบคู่กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน มีแหล่งท่องเที่ยวที่สะอาดสวยงาม เป็นที่รู้จักระดับสากล พัฒนาเศรษฐกิจสังคมให้เจริญรุ่งเรือง เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดีตลอดไป"

พัฒนาการของชุมชนในท้องถิ่น
    ก่อนปี พ.ศ.2486 ชุมชนต่างๆ ในเทศบาลเมืองแสนสุข ยังไม่เป็นที่รู้จักของคนภายนอก ยกเว้นชุมชนเขาสามมุข ซึ่งเป็นชุมชนเล็กๆ ในรัชสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีบ้านเรือนเพียง 3-4 หลัง เป็นชุมชนที่ประกอบอาชีพทางการประมง เขาสามมุขในสมัยนั้น มีลักษณะคล้ายเกาะริมฝั่งทะเล ตอนกลางเขา เป็นป่าดงดิบ เชิงเขาเป็นป่าแสม ป่าโกงกาง ชายฝั่งทะเลมีลิง  และงูชุกชุมมาก ตรงหัวเขาด้านตะวันตก มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านใกล้เคียงนับถือคือ "เจ้าแม่สามมุข" ชุมชนเขาสามมุขหนาแน่น และเจริญขึ้นเมื่อ จอมพล ป.พิบูลสงคราม มาสร้างบ้านพักตากอากาศขึ้นทางด้านตะวันตกของเขา ประมาณปี พ.ศ.2486-2488 นอกจากนั้นยังสร้างบ้านรับรองของรัฐบาล เพื่อใช้รับรองบุคคลสำคัญ และอาคันตุกะจากต่างประเทศ ตลอดจนที่ประชุมคณะรัฐมนตรี รวมทั้งสร้างบ้านพักสำหรับข้าราชการอีก 13 หลัง และตัดถนนเชื่อม จากบางแสนไปเขาสามมุขโดยรอบ และได้เวนคืนที่ดินส่วนหนึ่งจากชาวบ้าน รวมพื้นที่จับจอง และเวนคืนทั้งสิ้น 113 ไร่ หลังสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม (พ.ศ. 2501) เขาสามมุขไม่คึกคักดังแต่ก่อน ปีพ.ศ.2503 จอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ ได้สร้างบ้านรับรองของรัฐบาลขึ้นใหม่ที่แหลมแท่น (ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเขาสามมุข) บุคคลสำคัญของรัฐบาล ก็ย้ายไปประชุม และพักแรมกันที่บ้านรับรองแหลมแท่น บ้านรับรองของรัฐบาลที่เขาสามมุขก็ถูกละเลย และทรุดโทรมลงตามลำดับ ในปีพ.ศ.2536 เทศบาลฯได้จัดทำโครงการนำร่องในการพัฒนาเขาสามมุข ให้เป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญ และได้พัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และจะยังคงดำเนินต่อไปในอนาคต โดยเริ่มต้นพัฒนาพื้นที่ด้านตะวันออกของเขาสามมุขช่วงต่อจากศาลเจ้าแม่สามมุขจีนไปทางใต้ แล้วพัฒนาเชื่อมต่อรอบเขาสามมุขไปยังแหลมแท่น รวมถึงชายทะเลบางแสนตลอดแนว และถนนทางไปอ่างศิลา พร้อมทั้งทำการปรับปรุงพื้นที่ริมทะเลแหลมแท่น ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ทั้งบริเวณแหลมแท่น และเขาสามมุข รวมถึงชายหาดบางแสนเพื่อให้ มีทั้งสถานที่พักผ่อน, ชมทัศนียภาพ, เพื่อนันทนาการ รวมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์ศึกษาธรรมชาติ, สวนสุขภาพ และสถานที่จำหน่ายของที่ระลึก และอาหาร ด้วย

ชุมชนแหลมแท่น
    อยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเขาสามมุข แต่เดิมเรียกว่าสามมุข ชื่อแหลมแท่น เป็นชื่อได้มาจากเจ้าดารารัศมี เจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จประทับรักษาพระองค์ อยู่ที่ค่ายหลวงอ่างศิลา ซึ่งทรงเห็นว่าบริเวณหัวแหลม และริมทะเลส่วนนี้ ยังมีหินใหญ่ตั้งอยู่ชายฝั่งทั้งสองด้าน ชุมชนแหลมแท่นเป็นชุมชน ประมงเล็กๆ ช่วงปีพ.ศ.2449-2453 มีบ้านเรือนไม่ถึง 10 หลังคาเรือน เป็นพวกที่บ้านแตกหนีมาจากเวียดนาม พื้นที่แหลมแท่นสมัยนั้นมีสภาพเป็นป่า มีสัตว์ป่าเช่นช้าง ประชากรในชุมชนเป็นญาติพี่น้องกัน ผู้ชายทำอาชีพประมง ผู้หญิงทอผ้า ผ้าที่ทอมีทั้งทอเป็นผ้านุ่ง, ผ้าขาวม้า และผ้ายกดอก ทอใช้เองในครัวเรือน สมัยหลังๆ มีคนมารับไปขายกรุงเทพ ส่วนปลาที่หาได้ก็นำไปขายที่ตลาดหนองมน แล้วซื้อข้าวสาร และถ่านกลับมา การเดินทางใช้วิธีการเดินเท้า ส่วนของถ้ามาก ก็ใช้เกวียนบรรทุก ถ้าไม่มากก็หาบเดินไป นอกจากทำประมง และทอผ้า ยังมีการแกะหอยนางรมจากศิลาใต้น้ำ เวลาน้ำลงอีกด้วย ต่อมาได้พัฒนาไปทำฟาร์มเลี้ยงหอยนางรม และหอยแมลงภู่

ชุมชนบางแสน
     อยู่ทางตอนใต้ของชุมชนแหลมแท่น เป็นหาดทรายที่มีความลาดชันน้อย ยาวจากแหลมแท่นไปจรดเขตบางพระ มีความยาวประมาณ 5 กม. เมื่อ 50-60 ปี ที่ผ่านมามีบ้านเรือนอยู่ไม่ถึง 20 หลังคาเรือน ประกอบอาชีพด้านการประมงเล็กๆ ใช้วิธี ตก และดัก ด้วยเครื่องมือง่ายๆ มีเรือขนาดเล็กจับปลาไกลสุดถึงเกาะสีชัง จับได้แต่พอบริโภคในครัวเรือน ที่เหลือก็นำไปขายที่ตลาดหนองมน ประมาณปีพ.ศ.2490 บางครอบครัวได้เปลี่ยนอาชีพ ไปทำเรือใบให้นักท่องเที่ยวเช่า แต่ประมง ก็เป็นอาชีพ ที่นิยมที่สุดของชุมชนบางแสนเรื่อยมาจนช่วงที่น้ำมันขึ้นราคา และปัญหาเศรษฐกิจทางทะเล บางครอบครัวได้เปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น เช่นโรงแรม รวมทั้งบ้านจัดสรร จนถึงปัจจุบัน ชุมชนบางแสนได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว บริเวณชายหาดได้รับการพัฒนาอย่างมีระบบ มีการวางแผนที่ชัดเจน โดยเทศบาลเมืองแสนสุข ซึ่งถูกกำหนด ให้เป็นเมืองท่องเที่ยว ได้เข้าไปจัดระเบียบการใช้พื้นที่ การพัฒนาเริ่มแรก ทางเทศบาลฯได้ทำการย้ายชุมชนสลัมออกจากพื้นที่ชายหาด และได้จัดซื้อที่อู่อาศัย ให้แก่ชุมชนสลัมใหม่ หลังจากนั้นได้กำหนดพื้นที่ต่างๆ โดยแบ่งเป็น พื้นที่เพื่อการผักผ่อน, การเล่นน้ำทะเล, การเล่นกีฬาทางน้ำ, พื้นที่สำหรับจำหน่ายของที่ระลึก, พื้นที่สำหรับขายอาหาร, ทางเดินเท้า, ทางรถจักรยาน, ที่จอดรถ รวมทั้งการรักษาความสะอาด การพัฒนา และรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม การรักษาความปลอดภัย ฯลฯ มีการจัดกลุ่มผู้ประกอบการ เพื่อให้เป็นที่น่าดึงดูดใจแก่นักท่องเที่ยว จากนั้นได้ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ของชายหาดบางแสน โดยปลูกต้นมะพร้าวตลอดแนวชายหาดบางแสน จนเป็นเอกลักษณ์ ของชายหาดบางแสน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ สร้างรายได้ ให้แก่ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองแสนสุขอย่างทั่วถึงอย่างเป็นระบบ เมื่อเทศบาลเมืองแสนสุข ได้เข้าไปจัดระเบียบการใช้พื้นที่เป็นสัดส่วน คือ มีการกำหนดพื้นที่เพื่อผักผ่อน เล่นน้ำ เล่นกีฬาทางน้ำ ขายของที่ระลึก ขายอาหาร ทางเดินเท้า ที่รถจักรยานที่จอดรถ รวมทั้งการรักษาความสะอาด การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม การรักษา ความปลอดภัย ฯลฯ มีการจัดกลุ่มผู้ประกอบการ ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีความสำคัญ และ เป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญแห่งหนึ่งของประชาชน ในเทศบาลเมืองแสนสุข

ชุมชนหาดวอนนภา
    เป็นชุมชนประมง ชายทะเลแถบนี้เป็นป่าแสม เมื่อประมาณ 60-70 ปีที่ผ่านมา มีเพียง 4-5 หลังคาเรือน ชาวชุมชนเป็นคนไทย และคนไทยเชื้อสายจีน ดำเนินชีวิตด้วยการออกทะเลหาปลาด้วยเรือเล็ก ใช้เครื่องมือง่ายๆ บ้านเรือนมีลักษณะเป็นบ้านเล็ก หลังคามุงจาก ฝาขัดแตะ ใต้ถุนโปร่ง ต่อมามีรายได้จากการประมงมากขึ้น จึงมีเครื่องมือเครื่องใช้ในการประมงที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีเรือยนต์ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ใช้ สามารถออกจับปลาได้ไกลๆ ได้ปลาคราวละมากๆ นำไปขายที่สะพานปลา ทั้งที่แหลมแท่น, สามมุข, อ่างศิลา และศรีราชา บ้านเรือน และชุมชนขยายใหญ่ขึ้น คนจากพื้นที่ตอนบนของหนองมนก็อพยพมาอยู่ ชาวกรุงเทพฯ นิยมมาซื้อที่ปลูกบ้านพักตากอากาศชายทะเลกันมากขึ้น ชุมชนหาดวอนนภาเอง ก็ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมานี้เอง นอกจากอาชีพประมงแล้ว ยังมีอาชีพที่เกี่ยวเนื่อง เป็นผลผลิตที่เกิดจากการประมง เช่น ทำน้ำปลา, ผลิตอาหารแห้ง สร้างรายได้แก่ชุมชนเป็นอย่างดี

ชุมชนหนองมน
    ในอดีตเป็นชุมชนเล็ก ที่มีทั้งคนไทย และคนจีน ปลูกบ้านชั้นเดียวใต้ถุนสูง เอาไว้เลี้ยงสัตว์ หลังคามุงจาก ต่อมาเปลี่ยนเป็นสังกะสี และกระเบื้อง ประกอบอาชีพค้าขายเล็กๆน้อยๆ รับสินค้าจากเมืองชลบุรีบ้าง กรุงเทพบ้าง สินค้าที่สั่งมาจากเรือขึ้นฝั่งที่สามมุขแล้วบรรทุกเกวียน หรือหาบต่อมายังหนองมนก็มี ชุมชนหนองมนเริ่มหนาแน่นขึ้น หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณปีพ.ศ.2487 เป็นต้นมา เริ่มมีคนจากถิ่นอื่นมาตั้งหลักปักฐาน ประกอบอาชีพรับจ้างบ้าง ค้าขายเล็กๆน้อยๆบ้าง การค้าที่ตลาดหนองมนเจริญขึ้นเมื่อ จอมพล ป.พิบูลสงคราม มาสร้างสถานที่ตากอากาศที่ชายหาดบางแสน และสร้างถนน ต่อลงไปยังชายหาดบางแสน และเขาสามมุข การเดินทางจึงสะดวกขึ้นมาก ชาวหนองมนก็เริ่มมีจักรยานใช้ผ่อนแรงในการเดินทางไปซื้อขายสินค้า พ.ศ.2490 เริ่มสร้างตลาดถาวรขึ้นแต่ ต่อมาตลาดหนองมนเจริญขึ้นตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ร้านค้าขยายตัวจากตอนในออกมาริมถนนสุขุมวิท ทั้ง 2 ฝั่งถนน สินค้ามีทั้งของฝากประเภทอาหารพื้นเมืองทั้งสด และแห้ง และสินค้าประเภทของที่ระลึก ที่ผลิตจากวัสดุ หรือฝีมือของคนในท้องถิ่น ที่ขึ้นชื่อคือ ข้าวหลาม และหอยจ้อ

ชุมชนเมือง
    บริเวณที่ตั้งระยะแรกมีเนิน จากการสันนิษฐานอาจจะเป็นกำแพง หรือบริเวณวัด เพราะมีร่องรอยของการก่อสร้างด้วยอิฐโบราณอยู่ ชาวชุมชนจึงเรียกบริเวณที่ตั้ง ชุมชนว่า "เนินเมือง" หรือเรียกสั้นๆ ว่า "เมือง" แต่ออกเสียงเป็น "เหมือง" ตามสำเนียงของคนในพื้นที่ เมื่อมีการสร้างถนนสุขุมวิทเชื่อมกรุงเทพฯ กับสัตหีบ ชุมชนเมืองก็ขยายตัวออกมาทางถนนสุขุมวิท ราวปีพ.ศ.2470 ซึ่งขณะนั้นเป็นถนนดิน มาราดยางประมาณ ปีพ.ศ.2490 ในอดีตชุมชนเหมือง มีอาชีพทำนาทำไร่ ปัจจุบันชาวเหมืองบางส่วน ได้ขายนาขายไร่ของตนไป เนื่องจากการทำนาทำไร่ได้ผลตอบแทนน้อย ทำให้ที่ดินราคาสูง บางส่วนก็หันมาประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงกุ้ง ทำผลิตภัณฑ์แปรรูปผลผลิตจากไร่ เพื่อนำไปจำหน่ายเป็นของระลึกบ้าง เช่น กล้วยกวน, มะม่วงกวน ฯลฯ

{/tab} {tab title=ข้อมูลทั่วไป}
          สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญของเทศบาลเมืองแสนสุข

        1. สภาพทั่วไป
          ลักษณะที่ตั้ง เทศบาลเมืองแสนสุข ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดชลบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครระยะทางประมาณ 74 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับท้องที่ใกล้เคียง ดังนี้

  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับตำบลเหมือง อำเภอเมืองชลบุรี
  • ทิศตะวันตก จรดอ่าวไทย
  • ทิศเหนือ ติดต่อกับอ่าวไทย ตำบลบ้านปึก และตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมืองชลบุรี
  • ทิศใต้ ติดต่อกับตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา และตำบลเหมือง อำเภอเมืองชลบุรี
    เขตการปกครอง มีพื้นที่ครอบคลุม 3 ตำบล คือ ตำบลแสนสุขทั้งตำบล (เดิมครอบคลุมหมู่บ้านจำนวน 15 หมู่บ้าน แต่ปัจจุบันยกเลิกหมู่บ้าน ใช้ระบบ ถนน/ตรอก/ซอย แทน) ตำบลเหมือง (บางส่วนของหมู่ 1 ถึง หมู่ 4) และตำบลห้วยกะปิ (บางส่วนของหมู่ 5) รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 20.268 ตารางกิโลเมตร (12,668 ไร่)

              จำนวนประชากร ณ สิ้นเดือน เมษายน 2550 เทศบาลเมืองแสนสุข มีประชากรรวมทั้งสิ้น 42,124 คน แบ่งเป็นชาย 19,437 คน หญิง 22,687 คน จำนวนบ้าน 21,667 หลัง จำนวนครอบครัว 8,677 ครอบครัว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 32,378 คน แบ่งเป็นชาย 14,372 คน หญิง 18,006 คน
    ความหนาแน่นของประชากรภายในเขตเทศบาลเฉลี่ย 2,078 คนต่อตารางกิโลเมตร ประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลตั้งแต่ปากคลองบางโปรงจนถึงหาดบางแสนล่าง และสองข้างเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ ได้แก่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) บริเวณตลาด หนองมนและทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3137 ซึ่งแยกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 เข้าสู่ชายหาดบางแสน

              ตารางการคาดประมาณจำนวนประชากรในอนาคต

    สิ้นปี  พ..

    2551

    2556

    2561

    ประชากร/คน 

    42,600

    45,300

    48,200


              ตารางสถิติจำนวนประชากรย้อนหลัง

    ปี พ.ศ.

    หญิง(คน) 

    ชาย(คน) 

    รวม 

    บ้าน(หลัง)

    ครอบครัว 

    2546 

    21,135

    18,982

    40,117

    18,548

    7,437

    2547 

    21,934

    19,241

    41,175

    19,171

    7,685

    2548 

    22,552

    19,361

    41,913

    20,007

    8,176

    2549 

    22,742

    19,578

    42,320

    20,886

    8,448



          2. ด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมและขนส่ง

          โครงข่ายการคมนาคมการคมนาคมสามารถติดต่อกับพื้นที่อื่นภายนอกเขตเทศบาลได้ทั้งทางบกและทางน้ำ แต่การคมนาคมทางบกจะมีความสะดวกและรวดเร็วกว่า ประชาชนส่วนใหญ่จึงนิยมเดินทางโดยรถยนต์ สภาพพื้นที่ของเทศบาลมีลักษณะคล้ายรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางตัวในแนวทิศเหนือ - ใต้ โดย พื้นที่ทางด้านตะวันตกถูกขนาบด้วยอ่าวไทย จึงทำให้แนวถนนสายสำคัญส่วนใหญ่วางแนวในทาง ทิศเหนือ - ใต้ และเมื่อพิจารณาโครงข่ายถนนในปัจจุบันสามารถจำแนกหน้าที่และความสำคัญได้ ดังนี้

  • ถนนสายประธาน ได้แก่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) เป็นเส้นทาง ที่มีจุดเริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร เชื่อมและผ่านตัวเมืองสำคัญ ๆ ทางภาคตะวันออก เช่น สมุทรปราการ บางปะกง ชลบุรี เทศบาลเมืองแสนสุข (หนองมน) ศรีราชา พัทยา ระยอง จันทบุรี และตราด จึงเป็นเส้นทางที่มีความสำคัญทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาคตะวันออก
  • ถนนสายหลัก ได้แก่ ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3134, 3137 ถนนบางแสนสาย 1 และถนนบางแสนสาย 2 โดยถนนบางแสนสาย 1 เป็นถนนเลียบชายหาดที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น ประชาชนและนักท่องเที่ยวนิยมใช้เส้นทางนี้เป็นจำนวนมาก มีขนาดเขตทางกว้าง 30 เมตร ส่วนถนน บางแสนสาย 2 เป็นถนนสายในขนานกับถนนเลียบชายหาดและเป็นถนนเพื่อการท่องเที่ยวที่สำคัญ รองรับการจราจรที่จะเข้า - ออก จากพื้นที่ชายหาดบางแสน รวมถึงการจราจรประเภทผ่านเมืองที่มีความเร็วสูงปะปนกับจราจรภายในชุมชนซึ่งมีความเร็วต่ำ ขนาดเขตทางกว้าง 30 เมตร มีเกาะกลางถนนพร้อมทางเท้าและปลูกต้นไม้ทั้งสองข้างทาง
  • ถนนสายรอง ได้แก่ โครงการถนนตัดสายใหม่สาย ค7 และ ข13 ตามผังเมืองรวมเมืองชลบุรี ทำหน้าที่รองรับการจราจรจากถนนสายหลัก ถนนสายประธาน และสามารถพัฒนาให้เป็นถนนที่มีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวและการคมนาคมติดต่อภายในท้องถิ่นได้
  • ถนนสายย่อย ได้แก่ ถนนที่เชื่อมต่อระหว่างถนนบางแสนสาย 1 กับถนน บางแสนสาย 2 และถนนตัดใหม่เชื่อมต่อจากถนนบางแสนสาย 1 อ้อมแหลมแท่นไปบรรจบกับถนนบางแสน สาย 2 และถนนรอบเขาสามมุขเป็นถนนที่เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวบริเวณชายหาดบางแสนเข้าด้วยกันเป็นโครงข่าย
    นอกเหนือจากเส้นทางคมนาคมดังกล่าวข้างต้น ยังมีเส้นทางที่สามารถใช้ติดต่อกันใน พื้นที่ได้ คือ ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) 104 สาย ถนนลาดยาง 14 สาย และถนนลูกรัง 16 สาย
  • ทางเดินเท้าและทางจักรยาน ทางเดินเท้าจะกำหนดควบคู่ไปกับถนนสายต่าง ๆ โดยกระจายอยู่อย่างทั่วถึง ทางเดินเท้าที่มีความสำคัญสูง ได้แก่ ทางเดินเท้าริมถนนบริเวณชายหาดบางแสนและทางเดินเท้าพิเศษบริเวณด้านในชายหาด (ห้ามรถยนต์ และรถจักรยานยนต์)
  • การจัดการขนส่งมวลชน การจัดการในเขตเทศบาล ประกอบด้วย รถโดยสารประจำทางและรถรับจ้างขนาดเล็กอื่น ๆ
  • การจราจร สภาพการจราจรในเขตเทศบาลส่วนใหญ่ในช่วงวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะมีปริมาณรถหนาแน่นมาก เนื่องจากมีประชาชนและนักเที่ยวเดินทางมาซื้อสินค้าที่ตลาดหนองมนและพักผ่อนตามชายหาดบางแสน แหลมแท่น เขาสามสุข ฯลฯ เป็นจำนวนมาก ส่วนในวันปกติปริมาณรถจะเบาบาง การจราจรคล่องตัว

              ด้านโครงสร้างพื้นฐานการประปา สำนักงานประปาชลบุรี ให้บริการน้ำประปาในเขตเทศบาล โดยอาศัยแหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปาจากแหล่งน้ำดิบ 2 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำบางพระ อ่างเก็บน้ำหนองค้อ และซื้อน้ำจากบริษัท East Water จำกัด จำนวน 24,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปริมาณน้ำที่ผลิตได้ 112,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน จ่ายในเขตเทศบาล 16,720 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

              ด้านโครงสร้างพื้นฐานการไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคบางแสน ให้บริการไฟฟ้าในเขตเทศบาล โดยมีผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย 12,318 ราย (ข้อมูลเดือน ธันวาคม 2549) ใช้กระแสไฟ 2,840,490 หน่วย/เดือน และให้บริการไฟฟ้าสาธารณะ 74 แห่ง ใช้กระแสไฟ 100,118 หน่วย/เดือน ใช้กระแสไฟรวม 391,182.13 หน่วย/เดือน สำหรับไฟฟ้าส่องสว่างมีจำนวน 264 แห่ง ครอบคลุมถนน 330 สาย

             

ด้านโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสาร โทรศัพท์ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ให้บริการโทรศัพท์ในเขตเทศบาลโดยมีชุมสาย 4 แห่ง ได้แก่ ชุมสายบางแสน ชุมสายหนองมน ชุมสายมณีแก้ว และชุมสายแสนสุข สามารถให้บริการโทรศัพท์ได้ 13,617 เลขหมาย มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์บ้าน 12,770 เลขหมาย จำนวนบ้านที่มีโทรศัพท์(ประมาณ) 11,000 หลัง โทรศัพท์สาธารณะ 546 แห่ง เสาสัญญาณโทรศัพท์ 4 แห่ง ไปรษณีย์ ในเขตเทศบาล มี 2 แห่ง ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยบูรพา และบริเวณถนนสุขุมวิท (หน้าตลาดหนองมน)

          ด้านโครงสร้างพื้นฐานการใช้ที่ดิน พื้นที่เทศบาลเมืองแสนสุข อยู่ในเขตผังเมืองรวมชลบุรี ซึ่งดำเนินการและจัดวางโดยกรมการผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศกฎกระทรวง ฉบับที่ 86 (พ.ศ.2533) ใช้บังคับเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2533 ปัจจุบันหมดอายุการบังคับใช้แล้ว ขณะนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวง มหาดไทย กำลังดำเนินการปรับปรุงผังเมืองรวมชลบุรีใหม่ โดยมีการจำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตเทศบาลไว้ 10 ประเภท ได้แก่ ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ที่ดินประเภทอนุรักษ์สภาพแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยว ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา ที่ดินประเภทสถานที่ราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ และที่ดินประเภทโครงข่ายคมนาคมขนส่ง
          ปัจจุบันในเขตเทศบาลมีลักษณะการใช้ที่ดินสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้คือ พื้นที่ พักอาศัย 7,405 - 2 - 05 ไร่ พื้นที่พาณิชยกรรม 656 - 1 - 00 ไร่ พื้นที่ตัวหน่วยงานของรัฐ 107 - 2 - 00 ไร่ สวนสาธารณะ/นันทนาการ 163 - 3 - 00 ไร่ พื้นที่เกษตรกรรม 3,490 - 0 - 00 ไร่ พื้นที่ตั้งสถานศึกษา 741 - 1 - 00 ไร่ และพื้นที่ว่าง 103 - 2 - 95 ไร่

          3. ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

          ภูมิอากาศ

  • อุณหภูมิสูงสุด 36.50 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 17.50 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิเฉลี่ยเดือน มีนาคม - มิถุนายน สูงสุดเฉลี่ย 34.00 องศาเซลเซียส ต่ำสุดเฉลี่ย 26.27 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิเฉลี่ยเดือน กรกฎาคม - ตุลาคม สูงสุดเฉลี่ย 32.95 องศาเซลเซียส ต่ำสุดเฉลี่ย 25.97 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิเฉลี่ยเดือน พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ สูงสุดเฉลี่ย 33.37 องศาเซลเซียส ต่ำสุดเฉลี่ย 23.80 องศาเซลเซียส

ปริมาณน้ำฝนสูงสุด 62.10 มิลลิเมตร ปริมาณน้ำฝนต่ำสุด 13.60 มิลลิเมตร

          แหล่งน้ำ

  • บ่อน้ำ 3 แห่ง ได้แก่ บ่อน้ำวัดเก่าโบราณ บ่อน้ำในมหาวิทยาลัยบูรพา และสุสานสว่างผลหนองมน
  • คลอง 3 แห่ง ได้แก่ คลองบางโปรง คลองน้ำเหม็น และคลองสุดเขตเทศบาล

              น้ำเสีย
  • ปริมาณน้ำเสียที่รองรับได้ 23,000 ลบ.ม./วัน
  • ระบบบำบัดน้ำเสียที่ใช้คือ คลองวนเวียน (OXIDATION DITCH) รวม 2 แห่ง
  • น้ำเสียที่บำบัดได้ จำนวน 23,000 ลบ.ม./วัน
  • ค่า BOD. น้ำบริเวณชายหาดบางแสน เท่ากับ 3.2 มก./ลิตร

              ขยะ
  • รถยนต์ที่ใช้จัดเก็บขยะ จำนวน 23 คัน
  • รถบรรทุกขยะ จำนวน 15 คัน แยกเป็น
  • รถบรรทุกขยะชนิดอัดท้าย จำนวน 14 คัน
  • รถบรรทุกขยะชนิดเปิดข้างเทท้าย จำนวน 1 คัน
  • รถบรรทุกสิ่งของ จำนวน 4 คัน แยกเป็น
  • รถบรรทุกหกล้ออัดข้างเทท้าย จำนวน 1 คัน
  • รถบรรทุกหกล้อ จำนวน 2 คัน
  • รถบรรทุกสิบล้อ จำนวน 1 คัน
  • ปริมาณขยะในเขตเทศบาล จำนวน 60 ตัน/วัน
  • ขยะที่เก็บขนได้ จำนวน 60 ตัน/วัน
  • ขยะที่กำจัดได้ โดยวิธีฝังกลบอย่างถูกสุขลักษณะ จำนวน 60 ตัน/วัน
  • ที่ดินสำหรับกำจัดขยะที่กำลังใช้ จำนวน 172 ไร่ 98 ตารางวา ตั้งอยู่ที่ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
  • ห่างจากเขตท้องถิ่น เป็นระยะทาง 20 กม.
  • ที่ดินสำหรับกำจัดขยะที่ใช้ไปแล้ว จำนวน 53.4 ไร่
  • ที่ดินสำหรับกำจัดขยะที่ยังไม่ได้ใช้ จำนวน 63.6 ไร่
  • ที่ดินส่วนเหลือ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานและบ่อบำบัดน้ำเสีย จำนวน 35.245 ไร่
  • สภาพการเป็นเจ้าของที่ดินสำหรับกำจัดขยะ
  • ท้องถิ่นจัดซื้อเองเมื่อ พ.ศ.2540 ราคา 94 ล้านบาท 

            4. ด้านเศรษฐกิจ
              โครงสร้างทางเศรษฐกิจ/รายได้ประชากร เทศบาลเมืองแสนสุข เป็นชุมชนทางการศึกษา การท่องเที่ยว และที่พักอาศัย ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขาย เศรษฐกิจโดยรวมจึงขึ้นอยู่กับการพาณิชยกรรม กิจกรรมด้านการค้า ตั้งอยู่หนาแน่นบริเวณตลาดหนองมนและชายหาดบางแสน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาบางแสน ประมาณปีละ 1,100,000 คน จะใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 1,300 บาทต่อคน (ข้อมูลจาก www2.tat.or.th) จึงทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีอาชีพอื่น ๆ ที่เสริมสร้างเศรษฐกิจของชุมชุน ได้แก่ อาชีพประมง ทำสวนมะพร้าว ฟาร์มกุ้ง รับจ้าง และรวมถึงกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการบริการด้านการ ท่องเที่ยว

              การเกษตรกรรม ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองแสนสุข เดิมเป็นชุมชนเกษตรกรรม มีการเพาะปลูก เพาะเลี้ยงชายฝั่งและทำการประมงเป็นหลัก ปัจจุบันสภาพชุมชนเปลี่ยนไป ทำให้ภาคเกษตรกรรมลดความสำคัญลงไปมาก อาชีพที่ยังมีอยู่ในชุมชน ได้แก่ การประมงและการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง ซึ่งจะอยู่ในบริเวณ หาดบางแสนล่าง แหลมแท่นต่อเนื่องไปจนถึงเขตเทศบาลตำบลอ่างศิลา นอกจากนี้ยังมีอาชีพทำสวนมะพร้าว ฟาร์มกุ้ง และ ปศุสัตว์อื่น ๆ อีกเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นการเสริมรายได้ในครัวเรือนมากกว่าเป็นอาชีพ

              การพาณิชยกรรมและการบริการ
  • สถานประกอบการด้านพาณิชยกรรม
     - สถานีบริการน้ำมัน 3 แห่ง
     - ห้างสรรพสินค้า 1 แห่ง
     - ตลาดสด 1 แห่ง
     - ร้านค้าทั่วไป 238 แห่ง
  • สถานประกอบการ
     - ท่าเทียบเรือ 2 แห่ง
     - โรงฆ่าสัตว์ 1 แห่ง
     - สถานธนานุบาล 1 แห่ง
     - โรงภาพยนตร์ 4 แห่ง
     - ธนาคาร 9 แห่ง
  • สถานประกอบการร้านอาหารตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข
     - ร้านอาหาร 88 แห่ง
     - ร้านค้าทั่วไป 53 แห่ง
     - กิจการค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ 188 ราย
  • สถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว
     - โรงแรม/ที่พัก 12 แห่ง จำนวน 916 ห้อง
     - เกสท์เฮาส์ 31 แห่ง จำนวน 474 ห้อง

              การอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรมในเขตเทศบาล มีจำนวน 65 แห่ง (ข้อมูลจาก สนง.อุตสาหกรรม จ.ชลบุรี) ส่วนใหญ่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ขนาดใหญ่จนถึงขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่ว ๆ ไป เช่น โรงงานผลิตซีอิ้ว โรงงานน้ำปลา โรงงานแป้งมัน โรงงานกุ้งแห้งฯลฯ นอกจากนี้ยังมีโรงงานอุตสาหกรรมที่ตอบสนองอุปสงค์ในด้านการผลิตและบริโภคของชุมชน เช่น โรงน้ำแข็ง อู่ซ่อมรถ โรงงานทำของชำร่วย โรงงานผลิตคอนกรีตรวมถึงกิจการที่ดำเนินการโดยเทศบาลเมืองแสนสุข คือ โรงฆ่าสัตว์ 1 แห่ง และโรงงานปรับปรุงคุณภาพน้ำ 2 แห่ง เป็นต้น

              การท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมบริการที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอย่างมาก เนื่องจากทำให้ประชาชนในท้องถิ่นมีรายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพ ตลอดจนช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในด้านต่าง ๆ มากมาย เช่น โรงแรม บ้านพักตากอากาศ ร้านอาหาร ฯลฯ

              แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป
  • สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ตั้งอยู่บริเวณมหาวิทยาลัยบูรพา ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำประเภทต่าง ๆ สถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็มเพื่อการศึกษาและวิจัย เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์
  • หาดบางแสน เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวมานาน อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ 13 กิโลเมตร บริเวณชายหาดยาวประมาณ 5 กิโลเมตร มีถนนเลียบชายหาดที่สวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน ทั้งที่พัก บังกะโล ห้องอาบน้ำจืด ร้านอาหาร และอุปกรณ์กีฬาทางน้ำ เช่น เรือกล้วย สกู๊ตเตอร์ ห่วงยาง ฯลฯ ปัจจุบันชายหาดบางแสนได้รับการพัฒนาจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สะอาดสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก เหมาะสำหรับการพักผ่อนและนันทนาการในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง
  • แหลมแท่น เป็นสถานที่ชมธรรมชาติที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ถัดจากชายหาด บางแสนไปทางทิศเหนือ ณ ที่แห่งนี้ มีประติมากรรมที่ชนะเลิศการประกวดซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแหลมแท่นตั้งอยู่ นอกจากนี้ยังมีศาลาเฉลิมพระเกียรติฯ ที่งดงามทอดยาวไปในทะเล เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติและบรรยากาศที่สวยงาม
  • เขาสามมุข ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของหาดบางแสน บริเวณหน้าผาริมทะเลเป็นที่ตั้ง ของศาลเจ้าแม่สามมุขซึ่งเป็นที่เคารพของคนทั่วไป สถานที่แห่งนี้เป็นตำนานแห่งความรักของหนุ่มสาว ที่จบชีวิตลงตามคำสาบานที่ได้ให้ไว้ต่อกัน และในบริเวณนี้มีลิงป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวมักจะแวะมาให้อาหารลิงและสักการะเจ้าแม่สามมุข พร้อมทั้งรับประทานอาหารทะเลก่อนเดินทางกลับ
  • ตลาดหนองมน ตั้งอยู่บริเวณริมถนนสุขุมวิทใกล้ทางแยกเข้าชายหาดบางแสน เป็นตลาดจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของฝากที่ขึ้นชื่อและรู้จักกันดี ได้แก่ ข้าวหลาม ห่อหมกทะเล หอยจ๊อ ขนมหวาน และอาหารทะเลแห้งต่าง ๆ ฯลฯ
  • วัด เป็นสถานที่ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าไปเยี่ยมชมอยู่เสมอ เนื่องจากเป็นศูนย์รวมศิลปกรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่น วัดในเขตเทศบาลส่วนใหญ่จะเป็นวัดเก่าแก่มีอายุกว่า 100 ปี ซึ่งประชาชนและนักท่องเที่ยว รู้จักกันดี ได้แก่ วัดตาลล้อม วัดบางเป้ง วัดราษฎร์ศรัทธา (วัดท้ายดอน) วัดแจ้งเจริญดอน(วัดกลางดอน) และวัดไตรมุขชยาราม

              5. ด้านสังคม
    คลิ๊กที่นี่เพื่อดูตาราง 5.1

              การศึกษา
    หมายเหต ุสศศ. หมายถึง สำนักงานการศึกษาพิเศษ
    สพท.ชบ. หมายถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ชลบุรี เขต 1
    สช. หมายถึง สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

              ระดับอุดมศึกษามหาวิทยาลัยบูรพา
  • คณะที่ทำการสอน
     - ระดับปริญญาตรี 8 คณะ 4 วิทยาลัย
     - ระดับประกาศนียบัตร 1 คณะ
     - ระดับปริญญาโท 7 คณะ 4 วิทยาลัย
     - ระดับปริญญาเอก 3 คณะ 3 วิทยาลัย
  • จำนวนนักศึกษา 21,903 คน แยกเป็น
     - ระดับประกาศนียบัตร 101 คน
     - ระดับปริญญาตรี 15,738 คน
     - ระดับปริญญาโท 5,699 คน
     - ระดับปริญญาเอก 365 คน
  • จำนวนอาจารย์ 759 คน (ข้อมูลให้ไว้เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550)

              สาธารณสุข
  • โรงพยาบาลในเขตพื้นที่สังกัดมหาวิทยาลัยบูรพา เตียงคนไข้ จำนวน 100 เตียง
  • ศูนย์บริการสาธารณสุข 1 แห่ง
  • สถานีอนามัย 2 แห่ง
  • คลีนิกเอกชน 16 แห่ง
  • ร้านขายยาแผนปัจจุบัน 22 แห่ง
  • ร้านขายยาแผนปัจจุบันบรรจุเสร็จ 6 แห่ง
  • บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานพยาบาลในเขตพื้นที่
     - แพทย์ 17 คน
     - พยาบาล 88 คน
     - ทันตแพทย์ 8 คน
     - เภสัชกร 22 คน
     - อสม. 460 คน
  • ผู้เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล จำนวน 45,228 คนต่อปี ประกอบด้วย
     - โรงพยาบาลของรัฐ 39,597 คน
     - ศูนย์บริการสาธารณสุข 5,631 คน
  • ประเภทการเจ็บป่วยที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล 5 อันดับแรก
     - Diarrhoea and Gastroenteritis of Presumed Infectious origin
     - Unspecified injury of head
     - Dizziness and giddiness
     - Acute pharyngitis,unspecified
     - Other acute gastritis
              วัฒนธรรม/เทศกาล ประเพณีท้องถิ่นและเทศกาลที่สำคัญ

              ศาสนา
    คลิ๊กที่นี่เพื่อดูตาราง 5.2
  • ผู้นับถือศาสนาพุทธร้อยละ 90 ของจำนวนประชากรทั้งหมด มีวัด 6 วัด
  • ผู้นับถือศาสนาคริสต์ร้อยละ 10 ของจำนวนประชากรทั้งหมด มีโบสถ์ 1 แห่ง

              ชุมชน ชุมชนในเขตเทศบาล มี 15 ชุมชน ได้แก่
  • ชุมชนหมู่บ้านโชคดี
  • ชุมชนบ้านเหมือง
  • ชุมชนบ้านแหลมแท่น
  • ชุมชนท้ายตลาด
  • ชุมชนหาดวอนนภา
  • ชุมชนเขาสามมุข
  • ชุมชนร่วมใจพัฒนา
  • ชุมชนมุขแสนเจริญ
  • ชุมชนตาลล้อม
  • ชุมชนบางเป้ง
  • ชุมชนดอนบน
  • ชุมชนสมใจนึก
  • ชุมชนแสนสุข
  • ชุมชนวัดกลางดอน
  • ชุมชนมาบมะยม

              กีฬาและนันทนาการ
  • ลานกีฬาอเนกประสงค์ 5 แห่ง
  • สนามบาสเก็ตบอล 6 แห่ง
  • ลานอเนกประสงค์ขนาดเล็ก 3 แห่ง
  • สนามเด็กเล่น 9 แห่ง
  • ลานอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ 1 แห่ง
  • สนามตระกร้อ 6 แห่ง
  • สนามฟุตบอลมาตรฐาน 4 แห่ง
  • สนามเปตอง 1 แห่ง
  • สระว่ายน้ำ ขนาด 25X50 ม. 1 แห่ง
  • สนามเทนนิส 1 แห่ง
  • สนามวอลเล่ย์บอล 4 แห่ง
  • โรงยิมเนเซียม 3 แห่ง
  • สวนสาธารณะ 3 แห่ง

              การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • สถิติเพลิงไหม้ในรอบปี (ม.ค.- ธ.ค) จำนวน 142 ครั้ง (ส่วนใหญ่เป็นไฟไหม้หญ้า140 ครั้ง)
  • รถดับเพลิง จำนวน 1 คัน
     - คันที่ 1 จุน้ำได้ 4,000 ลิตร
  • รถบรรทุกน้ำ จำนวน 3 คัน
     - คันที่ 1 จุน้ำได้ 15,000 ลิตร
     - คันที่ 2 จุน้ำได้ 12,000 ลิตร
     - คันที่ 3 จุน้ำได้ 12,000 ลิตร
  • เครื่องดับเพลิงชนิดหาบหาม จำนวน 1 เครื่อง
  • พนักงานดับเพลิง จำนวน 21 คน
  • อาสาสมัครป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 50 คน
  • การฝึกซ้อมบรรเทาสาธารณภัยปีที่ผ่านมา จำนวน 48 ครั้ง

              6. ด้านการเมืองการบริหาร
    คลิ๊กที่นี่เพื่อดูตาราง 6.1

     การคลังท้องถิ่น

    หมายเหตุ ไม่รวมเงินสำรองรายรับ

     การดำเนินกิจการพาณิชย์ เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการต่อนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับการบริการราคาสินค้า เทศบาลฯ จึงได้จัดตั้งกลุ่มผู้ประกอบการขึ้นจำนวน 11 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มหาบเร่ กลุ่มห่วงยางกลุ่มเรือสกู๊ตเตอร์ กลุ่มเก้าอี้ผ้าใบ กลุ่มแผงลอยอาหาร กลุ่มล้อเลื่อน กลุ่มช่างภาพ กลุ่มไก่ย่าง กลุ่มแผงลอยถนนสุขุมวิทฝั่งตะวันตก กลุ่มแผงลอยถนนสุขุมวิทฝั่งตะวันออก และกลุ่มตลาดหนองมน โดยในแต่ละกลุ่มฯ จะมีตัวแทนเข้าร่วมเป็นกรรมการ และในรอบ 1 ปี จะมีการประชุม 1 ครั้ง เพื่อซักซ้อมความเข้าใจและกำหนดแนวทางในการให้บริการสินค้าต่อนักท่องเที่ยว

     บทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชนในกิจกรรมทางการเมืองการบริหาร หลังการจัดตั้งเป็นเทศบาลเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2531 จนถึงวันที่14 พฤษภาคม 2549 มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองแสนสุข จำนวน 2 ครั้ง และการเลือกตั้งอื่น ๆ ในเขตเทศบาล มีข้อมูลสถิติการเลือกตั้ง ดังนี้

    คลิ๊กที่นี่เพื่อดูตาราง 6.2

     การอำนวยการเกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
    พื้นที่เขตเทศบาลมีสถานีตำรวจ 1 แห่ง นอกจากนี้ยังมีงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คอยดูแลและรับผิดชอบเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัยทั้งในและนอกเขตเทศบาล (กรณีร้องขอ) โดยจัดเตรียมความพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกในการป้องกันและระงับสาธารณภัยต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการให้ความรู้และฝึกอบรมอาสาสมัครป้องกันภัยแก่ประชาชนให้รู้จักป้องกันและระงับภัย เบื้องต้นในพื้นที่อาศัย และเตรียมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยภูมิประเทศของตำบลแสนสุขเป็นพื้นที่ที่ระดับน้ำทะเลปานกลาง เฉลี่ย 3 เมตร

    ภูมิอากาศจัดอยู่ในประภทฝนเมืองร้อน หรือแบบทุ่งหญ้าเมืองร้อน ด้านตะวันออกของเทศบาลเป็นที่ราบเชิงเขาลาดแนวชายฝั่งทะเล จึงเป็นหาดทรายยาวประมาณ 5 กิโลเมตร ความสูงของพื้นที่วัดจากน้ำทะเลประมาณ 3 เมตร สภาพสังคมและเศรษฐกิจ เนื่องจากเทศบาลมีศักยภาพ เป็นชุมชนทางการศึกษา การท่องเที่ยว และที่พักอาศัยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขายเศรษฐกิจส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการพาณิชยกรรม กิจกรรม การค้าตั้งอยู่หนาแน่นบริเวณตลาดหนองมนและชายหาดบางแสนซึ่งเป็นผลมาจากการท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีอาชีพประมง ทำสวนมะพร้าว ฟาร์มกุ้ง แปรรูปผลิตผลทางทะเล และรับจ้างรวมถึงกิจการ ที่เกี่ยวเนื่องกับการบริการด้านการท่องเที่ยว ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยบูรพา และสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ทำให้สภาพเศรษฐกิจเติบโตรวดเร็ว

{/tab} {tab title=เขตการปกครอง}

สภาพทั่วไป
     เทศบาลเมืองแสนสุข เป็นท้องถิ่นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งด้านการท่องเที่ยว, อุตสาหกรรมภายในครอบครัว, การศึกษาวิจัย และที่อยู่อาศัยในจังหวัดชลบุรี นอกจากนี้ ยังเป็นชุมชนผู้นำด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ในเรื่องความเป็นระเบียบของเมือง และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องจนได้รับการยอมรับ และเป็นแบบอย่างแก่ชุมชนอื่น

ที่ตั้งและอาณาเขต
     เทศบาลเมืองแสนสุข ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ห่างจากตัวเมืองชลบุรี ประมาณ 13 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลแสนสุขทั้งตำบล, ตำบลเหมืองบางส่วน และตำบลห้วยกะปิบางส่วน รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 20.268 ตารางกิโลเมตร(12,668 ไร่) ในปี พ.ศ.2548 มีประชากรทั้งสิ้น 42,843 คน จำนวนบ้าน 20,640 หลัง 8,333 ครอบครัว และจากการคาดการณ์ในปี พ.ศ.2554 จะมีจำนวนประชากรเพิ่มเป็น 61,573 คน มีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ ใกล้เคียงดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลบ้านปัก ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองจังหวัดชลบุรี
ทิศตะวันออก     ติดต่อกับ ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
ทิศตะวันตก จรดอ่าวไทย

 

อัตราการเติบโตของเทศบาลเมืองแสนสุข ระหว่าง ปี พ.ศ.2545 - 2548
ปี ปฎิทิน (ม.ค.-ธ.ค.)
จำนวนประชากร (คน)
จำนวนบ้าน (หลังคาเรือน)
จำนวนครอบครัว (ครัวเรือน)
พ.ศ.2545
40,536
18,420
7,617
พ.ศ.2546
41,546
18,940
7,832
พ.ศ.2547
42,474
19,626
8,083
พ.ศ.2548
42,990
20,640
8,333
 

{/tab} {/tabs}